ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แชทกับเรา
คลิกเลย
💬 ผู้ช่วยญาดา

ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ

พร้อมให้บริการ
กำลังโหลด...
X
เทศบาลตำบลบึงเนียม
อ.เมือง จ.ขอนแก่น
สถานที่สำคัญ-ท่องเที่ยว
ศาลหลักเมืองขอนแก่น

ศาลหลักเมืองขอนแก่น เป็นที่ตั้งของหลักเมืองขอนแก่น ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดขอนแก่น มาอย่างยาวนาน โดย เสาหลักเมือง นี้ เป็นเสมาหินทรายสมัยทวารวดี ที่มีร่องรอยการลงรักปิดทองเป็น ลวดลายไทย มีการผูกผ้าพันรอบเสา ส่วนโคนเสาหลักเมืองนั้น จะก่อเป็นฐานปูนมีลายรูปดอกบัว ล้อมไปด้วย เครื่องสักการะต่างๆ เมื่อก่อนนั้น เสาหลักเมือง ของ จังหวัดขอนแก่น จะอยู่ที่ บ้านโนนเมือง อ าเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ก่อนที่จะถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่อ าเภอเมือง ส่วนอาคารศาลหลักเมืองขอนแก่นหลังใน ปัจจุบันนี้นั้น จะเป็นศาลหลักเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยเปิดให้เข้าสักการะเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปีพ.ศ. 2550 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น

ข้อมูลพิพิธภัณฑ์

จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นที่รวบรวม สงวนรักษา และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติในเขตภาคอีสานตอนบน ซึ่งเป็นที่ที่พบโบราณสถานและโบราณวัตถุศิลปวัตถุเป็นจำนวนมาก มีส่วนจัดแสดงนิทรรศการและส่วนบริการ ดังนี้

ส่วนจัดแสดงที่ 1 : สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงเรื่องราวในอดีตของจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญของภูมิภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีสามารถสรุปได้ว่า มีชุมชนโบราณตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตจังหวัดเป็นจำนวนมาก สามารถผลิตเครื่องมือเครื่องใช้และน่าจะมีการติดต่อกับชุมชนภายนอกที่อยู่ห่างไกลด้วย

ส่วนจัดแสดงที่ 2 : สมัยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทวารวดี ประชากรที่อาศัยในแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำชีได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งอาจผ่านมาทางเมืองศรีเทพ ปรากฏการสร้างศาสนสถานทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะใบเสามาหิน เป็นต้น

ส่วนจัดแสดงที่ 3 : วัฒนธรรมขอม จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ภาคอีสานตอนบนเมื่อวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณบริเวณลุ่มแม่น้ำมูลได้แพร่กระจายเข้ามา ปรากฏจากศาสนสถานแบบเขมร ซึ่งมักสร้างเป็นอาคารประกอบด้วยศิลาแลงและศิลาทราย ตกแต่งด้วยภาพสลักของเทพเจ้าต่างๆ

ส่วนจัดแสดงที่ 4 : วัฒนธรรมล้านช้าง จัดแสดงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอิทธิพลของวัฒนธรรมล้านช้างแถบลุ่มแม่น้ำโขงและวัฒนธรรมล้านนา ดังปรากฏหลักฐานการพบพระพุทธรูปที่มีลักษณะแบบวัฒนธรรมล้านช้าง

ส่วนจัดแสดงที่ 5 : สมัยรัตนโกสินทร์ จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างเมืองขอนแก่น ซึ่งได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด”

ส่วนจัดแสดงที่ 6 : ห้องศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน จัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณี ความเชื่อท้องถิ่น ของประชากรหลากเชื้อชาติที่อาศัย่วมกันในภูมิภาคอีสาน ปรากฏหลักฐานจากการแต่งกาย เครื่องมือเครื่องใช้ ที่อยู่ การดนตรีนาฏศิลป์ ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นเอกลักษณ์ของประชาชนในพื้นที่
 

วันและเวลาทำการ

วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
 

ค่าเข้าชม
ชาวไทย 20 บาท

ชาวต่างชาติ 100 บาท

พระมหาธาตุแก่นนคร (วัดหนองแวง)

ประวัติวัดหนองแวง พระอารามหลวง

• วัดหนองแวง พระอารามหลวง เป็นวัดเก่าแก่ดั้งเดิมของ จ.ขอนแก่น ที่มีอายุมากว่า 200 ปี เดิมวัดหนองแวง ชื่อวัดเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2332 พร้อมกับวัดกลางและวัดธาตุ ณ บ้านบึงบอน หรือบึงแก่นนคร โดยท้าวเพียเมืองแพน เจ้าเมืองคนแรกค่ะ

• พระมหาธาตุแก่นนครอนุสรณ์สาธุชน หรือ พระธาตุเก้าชั้น ตั้งอยู่ภายในวัดหนองแวง ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมืองขอนแก่น มีฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๕๐ เมตร ความสูงขององค์พระธาตุฯ ๘๐ เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์ จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น  มีพระจุลธาตุ ๔ องค์ ตั้งอยู่ ๔ มุม และมีกำแพงแก้วพญานาค ๗ เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะอินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานปากแห องค์พระธาตุจัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และมหามังคลานุสรณ์ ๒๑๑ ปีเมืองขอนแก่น เมื่อปีพ.ศ.2539

• สถาปัตยกรรมภายในจะถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิต ความเชื่อและนิทานพื้นบ้านของชาวอีสาน แต่ละชั้นก็มีความงดงามของสถาปัตยกรรมที่คล้ายคลึงกัน แต่ความกว้างของชั้นนั้น ๆ กว้างแตกต่างกัน และเรายังสามารถเดินออกไปชมทิวทัศน์ภายนอกได้ทุกชั้นค่ะ เรามารับชมไปพร้อมกันเลยนะคะว่าแต่ละชั้นมีลักษณะเด่นแตกต่างกันอย่างไร วัดสวยใจกลางเมืองขอนแก่น อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของประเทศไทยที่ควรค่าแก่การมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง หากใครได้มาจังหวัดขอนแก่นแล้ว ก็อย่าลืมเพิ่มวัดนี้ลงไปในแผนการท่องเที่ยวด้วยนะคะ

♦ รายละเอียดแต่ละชั้นของพระธาตุ

ชั้นที่ 1 หอประชุม  เมื่อเดินเข้าภายในพระธาตุบริเวณชั้นแรกเป็นหอประชุมค่ะ มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่บนบุษบก ซึ่งเป็นพระธาตุของพระพุทธเจ้า ส่วนอุรังคธาตุ (ส่วนอก) และพระธาตุของพระสาวกประมาณ 100 องค์ และยังพระประธาน 3 องค์อยู่ตรงกลาง ถัดมาด้านซ้ายมือประมาณสองเมตร จะเป็นโต๊ะที่เตรียมไว้สำหรับตักบาตร ที่เรียกว่า “ตักบาตร 108” โดยใช้เหรียญในการตักบาตรนั้น

ชั้นที่ 2 หอพิพิธภัณฑ์อีสาน  เป็นพิพิธภัณฑ์ของชาวอีสาน โดยเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ค่อนข้างหาดูได้ยากในปัจจุบัน
พร้อมทั้งมีการวาดลวดลายบนผนังที่เกี่ยวกับข้อห้ามของคนอีสาน
ที่เรียกว่า “คะลำ” ซึ่งเป็นแนวประพฤติตนในการอยู่ร่วมกันของชาวอีสาน โดยแต่ละภาพก็หมายถึงข้อห้ามแต่ละข้อ ซึ่งมีทั้งหมด 35 ข้อ

ชั้นที่ 3 หอปริยัติธรรม  บานประตูหน้าต่างเขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องนางผมหอม เป็นนิทานที่ได้เล่าสืบต่อกันมาแต่โบราณของชาวอีสาน และในชั้นที่สามนี้ได้รวบรวมตาลปัตร พัดยศ และเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดขอนแก่น

ชั้นที่ 4 หอปฏิบัติธรรม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของเก่า บานประตูหน้าต่าง ภาพพระประจำวันเกิด เทพประจำทิศ

ชั้นที่ 5 หอพิพิธภัณฑ์สงฆ์ มีอัฐบริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัด บานประตูหน้าต่างแกะสลักภาพพุทธชาดก

ชั้นที่ 6 หออุปัชฌายาจารย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานชาดกเรื่องเวสสันดร

ชั้นที่ 7 หอพระอรหันตสาวก บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานเรื่องพระเตมีย์ใบ้

ชั้นที่ 8 หอพระธรรม เป็นที่รวบรวมพระธรรมคัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา มีพระไตรปิฏก บานประตูแกะสลักรูปพรหม 16 ชั้น

ชั้นที่ 9 พอพระพุทธ ตรงกลางมีบุษบก เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บานประตูแกะสลักภาพ 3 มิติ รูปพรหม 16 ชั้น และสามารถชมทัศนียภาพของตัวเมืองขอนแก่นได้ทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของบึงแก่นนครที่สวยงาม




LINE OA QR Code
call-up
โบว์ไว้อาลัย